วิเคราะห์การปรับราคาสินค้าอุปโภคบริโภคหลังน้ำท่วมกรุงเทพฯ และปริมณฑล จากข้อมูลหน่วยงานรัฐและศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ เพื่อให้เห็นสาเหตุ ผลกระทบ และแนวโน้มที่ต้องจับตา โดยไม่ชี้นำคำตอบ
น้ำท่วมกรุงเทพฯ ตุลาคม 2569 กับคำสั่งตรวจราคาสินค้าทันที
ช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 น้ำท่วมกรุงเทพฯ และปริมณฑลกลายเป็นเรื่องที่คนทั้งประเทศจับตา แต่สิ่งที่ตามมาแทบจะทันทีคือคำถามเรื่องปากท้อง กรมการค้าภายในสั่งให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบราคาสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างเข้มงวด พร้อมย้ำชัดว่าห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคาในช่วงที่ประชาชนกำลังเดือดร้อน และเปิดสายด่วน 1569 ไว้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ที่พบการขึ้นราคาผิดปกติ [1][2][3]
คำสั่งนี้ไม่ได้มาจากระดับกรมเท่านั้น นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ สั่งการตรงไปยังกรมการค้าภายในและพาณิชย์จังหวัดให้ควบคุมราคาสินค้าและห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคาในช่วงน้ำท่วม [1][2] ขณะเดียวกันกระทรวงพาณิชย์ได้ประสานกระทรวงกลาโหมเพื่อนำยานพาหนะและกำลังพลทหารมาช่วยลำเลียงสินค้าจำเป็นเข้าพื้นที่ประสบภัย [1]
กรมการค้าภายในกำชับให้ผู้ประกอบการติดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจน และควบคุมราคาให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม [1][2][3]
กรมการค้าภายในมีสายด่วน 1569 รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ที่พบการขึ้นราคาผิดปกติ [1][2][3]

สินค้าอะไรถูกร้องเรียน และมาตรการรัฐที่ออกมา
รายการสินค้าที่ถูกร้องเรียนเรื่องราคาช่วงน้ำท่วมมีตั้งแต่ของกินของใช้ประจำวันถึงของจำเป็นเพราะภัยพิบัติ กรมการค้าภายในระบุได้แก่ ไข่ไก่ แกงถุง อาหารปรุงสำเร็จ ผักสด เนื้อหมู ข้าวกล่อง ทราย น้ำดื่ม นม กะทิกล่อง และชุดตรวจไข้หวัด 3-in-1 [3] รายการเหล่านี้สะท้อนทั้งของกินของใช้ประจำวันและของจำเป็นเฉพาะสถานการณ์น้ำท่วม ตั้งแต่ไข่ไก่ แกงถุง อาหารปรุงสำเร็จ ผักสด เนื้อหมู ข้าวกล่อง ไปจนถึงทราย น้ำดื่ม นม กะทิกล่อง และชุดตรวจไข้หวัด 3-in-1 [3]
ไข่ไก่เป็นรายการที่รัฐออกมาตรการเฉพาะเจาะจงที่สุด กรมการค้าภายในขอความร่วมมือผู้ส่งออกไข่ไก่ลดการส่งออก 30–50% และเลื่อนแผนส่งออก เพื่อเพิ่มปริมาณไข่ในประเทศ [4] ขณะที่สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ตรึงราคาหน้าฟาร์มและระบุว่ายังไม่ปรับขึ้นราคาช่วงน้ำท่วม [4] ตัวเลข 30–50% คือสัดส่วนที่ขอความร่วมมือให้ลด ไม่ใช่ปริมาณที่ลดจริง โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้มีไข่ไก่เข้าสู่ตลาดในประเทศมากกว่าความต้องการปกติ [4]
อีกมาตรการคือขอให้กรมปศุสัตว์ไปขอความร่วมมือฟาร์มไก่ไข่ขยายเวลาแม่ไก่ยืนกรงเพิ่ม 3–5 สัปดาห์ [4] การขยายเวลาดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อรักษาปริมาณแม่ไก่ในระบบและเพิ่มปริมาณไข่เข้าสู่ตลาด [4]
ด้านช่องทางจำหน่าย กรมการค้าภายในเชิญผู้ประกอบการห้างโมเดิร์นเทรด ร้านสะดวกซื้อ ตลาดสดและตลาดกลางประชุมหารือเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2569 เพื่อติดตามสถานการณ์สินค้าและราคา [2] และเตรียมจัดกิจกรรม 'ไทยช่วยไทย–ธงฟ้า ลดค่าครองชีพ' เพิ่มช่องทางกระจายไข่ไก่ให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าในราคาเหมาะสม [4] พร้อมระบุว่าหากผู้ประกอบการขนส่งไข่ไก่ไม่ได้ ให้ประสานกรมฯ เพื่อขอหน่วยขนส่งจากกองทัพช่วยลำเลียง [4] ซึ่งเชื่อมกับแนวทางที่กระทรวงพาณิชย์ดึงกำลังทหารมาช่วยขนของที่เล่าไปแล้ว
มีอีกรายการที่มักไม่นับเป็น 'สินค้า' แต่ถูกร้องเรียน คือค่าบริการรถสไลด์และรถลาก กรมการค้าภายในระบุว่าเฝ้าระวังค่าบริการเหล่านี้หลังน้ำท่วมกระทบการเดินทาง เพื่อป้องกันการคิดค่าบริการสูงเกินจริง [3] ค่าบริการรถสไลด์และรถลากเป็นรายการที่ถูกร้องเรียนและเฝ้าระวังในช่วงน้ำท่วม [3]
มาตรการทั้งหมดมีเงื่อนไขทางกฎหมายรองรับ กรมการค้าภายในระบุว่าหากพบการฝ่าฝืนไม่ปิดป้ายราคา ขายไม่ตรงป้าย หรือราคาสูงเกินสมควร จะดำเนินการตามกฎหมายทันที [3] และการจำหน่ายสินค้าราคาสูงเกินสมควรอาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย โดยจะตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการอย่างเคร่งครัด [3] ผู้เขียนมองว่าจุดที่ควรจับตาคือช่องว่างระหว่าง 'ขอความร่วมมือ' กับ 'ดำเนินการตามกฎหมาย' เพราะมาตรการส่วนใหญ่เป็นการขอความร่วมมือ ถ้าความร่วมมือไม่มาหรือมาไม่ทั่วถึง คำถามคือเจ้าหน้าที่จะใช้มาตรการทางกฎหมายกับรายใด และมีหลักเกณฑ์อย่างไรตัดสินว่าราคาไหน 'สูงเกินสมควร' ในวันที่ต้นทุนขนส่งยังแกว่งตัว

ความเสียหายทางเศรษฐกิจและสถานการณ์ราคาที่แตกต่าง
ตัวเลขที่ทำให้เห็นขนาดของเหตุการณ์ชัดที่สุดไม่ได้อยู่ในท่อน้ำหรือผนังบ้านที่ถูกน้ำท่วม แต่อยู่ในแบบประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินความเสียหายจากน้ำท่วม 5 วัน ระหว่างวันที่ 25–29 กันยายน 2569 ไว้ที่ประมาณ 12,283 ล้านบาท หรือราว 0.066% ของ GDP ทั้งปี [5] ตัวเลขนี้เป็นการประเมินจากศูนย์พยากรณ์ฯ เพียงแหล่งเดียว จึงควรอ่านเป็นภาพประมาณการเบื้องต้น ไม่ใช่ตัวเลขที่ยืนยันแล้ว และเมื่อคิดเฉพาะไตรมาส 3/2569 ตัวเลขนี้อยู่ที่ประมาณ 0.26% ของ GDP ไตรมาส [5]
ตัวเลข 0.066% อาจดูเล็กจนแทบไม่รู้สึก แต่ความหมายของมันเปลี่ยนไปเมื่อเทียบกับเวลาที่หายไป ตัวเลขนี้ไม่ใช่ราคาบ้านที่ต้องซ่อมหรือของใช้ที่ต้องซื้อใหม่ทั้งหลัง ศูนย์พยากรณ์ฯ ระบุชัดว่าเป็นการประเมินที่ยังไม่รวมความเสียหายต่อทรัพย์สิน นี่คือเหตุผลว่าทำไมตัวเลขนี้ถึงไม่ควรถูกอ่านแทนความเดือดร้อนทั้งหมดของคนที่บ้านถูกน้ำท่วม และเป็นเหตุผลว่าทำไมตัวเลขนี้ถึงยังมีค่าอยู่ในฐานะภาพกว้างของเศรษฐกิจ ไม่ใช่บัญชีรายจ่ายของครัวเรือนใดครัวเรือนหนึ่ง
ในบรรดาพื้นที่ที่เสียหาย ศูนย์พยากรณ์ฯ ประเมินว่ากรุงเทพมหานครมีตัวเลขสูงสุดที่ประมาณ 7,014 ล้านบาท คิดเป็นราว 57% ของความเสียหายทั้งหมด [5] ตัวเลขนี้ยังเป็นการประเมินของศูนย์พยากรณ์ฯ เช่นเดียวกับตัวเลขภาพรวม มากกว่าครึ่งของความเสียหายทั้งประเทศกระจุกอยู่ในเมืองเดียว สาเหตุสำคัญมาจากการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของประเทศ โดยกิจกรรมหลักอยู่ในภาคการค้าและบริการ [5]
ส่วนหนึ่งของความเสียหายนี้มาจากการตัดสินใจของรัฐเอง ศูนย์พยากรณ์ฯ ระบุว่าวันหยุดราชการพิเศษวันที่ 28–29 กันยายนในกรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ ทำให้วันทำงานหายไปในพื้นที่ที่มีขนาดเศรษฐกิจเกือบครึ่งหนึ่งของประเทศ [5] วันหยุดราชการพิเศษดังกล่าวทำให้วันทำงานหายไปในพื้นที่ที่มีขนาดเศรษฐกิจเกือบครึ่งหนึ่งของประเทศ [5]
ในด้านราคาสินค้า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่การขึ้นราคาทุกอย่างพร้อมกัน แต่เป็นราคาที่แยกทางกันตามชนิดของผัก ราคาผักใบอ่อนอย่างผักชี ขึ้นฉ่าย และตั้งโอ๋ ปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่กะหล่ำปลี มะเขือเทศ และแตงกวาปรับลดลง [2][5]

ผลกระทบไม่ได้จบที่ราคาป้าย แต่ลามไปถึงการขนส่ง ร้านสะดวกซื้อบางจุดในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เช่น บางกะปิ มีนบุรี และรังสิต อาจได้รับผลกระทบจากการเดินทางและการขนส่ง ทำให้บริการบางสาขาไม่เป็นปกติ [2] เมื่อของไปถึงชั้นวางไม่ได้ ต่อให้ราคาหน้าฟาร์มไม่ขยับ สินค้าบางอย่างก็อาจหายไปจากร้านในบางช่วงเวลา
ปรากฏการณ์เดียวกันนี้เกิดซ้ำในอีกพื้นที่ห่างออกไป กรมการค้าภายในระบุว่าสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ส่งผลให้ห้างและร้านค้าบางสาขาต้องปิดหรือให้บริการไม่เต็มรูปแบบในจังหวัดสงขลา นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ตรัง พัทลุง และปัตตานี [6] แม้จะเป็นคนละช่วงเวลากับน้ำท่วมกรุงเทพฯ แต่รูปแบบของปัญหาซ้ำรอยกัน คือห้างและร้านค้าบางสาขาต้องปิดหรือให้บริการไม่เต็มรูปแบบจากปัญหาน้ำท่วมเส้นทางเข้า-ออก [6]
ผู้เขียนมองว่าสิ่งที่ภาพรวมความเสียหายกับสถานการณ์ราคาบอกพร้อมกันคือ ตัวเลข 12,283 ล้านบาท กับราคาผักชีที่ขยับขึ้นเป็นเรื่องเดียวกันในคนละหน่วยวัด ตัวเลขมหภาคบอกว่าเศรษฐกิจหายไปเท่าไร แต่ราคาผักและการให้บริการที่ไม่เป็นปกติบอกว่าคนใช้ชีวิตอยู่อย่างไรในสัปดาห์นั้น และทั้งสองตัวเลขยังมีข้อจำกัดของตัวเอง ความเสียหายทางเศรษฐกิจยังไม่รวมทรัพย์สินที่เสียหาย ส่วนราคาที่ขึ้นลงก็เป็นภาพชั่วขณะที่เปลี่ยนได้ทุกวันตามของที่เข้ามาในตลาด

แนวโน้มเงินเฟ้อและสิ่งที่ต้องติดตามต่อ
ในแบบประเมินของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ผลกระทบของน้ำท่วมครั้งนี้ต่ออัตราเงินเฟ้อทั่วไปยังคาดว่าจะอยู่ในวงจำกัดและเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว [5] แต่การประเมินว่า 'ชั่วคราว' จะเป็นจริงได้ ขึ้นอยู่กับว่าสถานการณ์น้ำคลี่คลายแค่ไหน จุดที่ศูนย์พยากรณ์ฯ ระบุว่าต้องติดตามต่อคือพื้นที่เกษตรในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งชัยนาท สิงห์บุรี สุพรรณบุรี และพระนครศรีอยุธยา เพราะระดับน้ำยังเพิ่มขึ้นในช่วงที่ข้าวนาปีใกล้เก็บเกี่ยว [5] อย่างไรก็ตาม ความเสียหายต่อผลผลิตยังไม่สามารถระบุตัวเลขได้ในตอนนี้ [5]
อีกด้านที่กรมการค้าภายในประเมินไว้คือเทศกาลกินเจ ระหว่างวันที่ 10–18 ตุลาคม 2569 หากไม่มีฝนตกเพิ่มเติมในระดับที่ส่งผลกระทบ คาดว่าสินค้าผักจะยังบริหารจัดการได้ [2] กรมการค้าภายในระบุว่าจะเชื่อมโยงสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นจากแหล่งผลิตเข้าสู่ตลาด โดยเฉพาะเนื้อหมู เนื้อไก่ ไข่ไก่ และผัก [2]
ผู้เขียนมองว่าสิ่งที่ผู้อ่านติดตามได้ด้วยตัวเองคือราคาในตลาดใกล้บ้าน โดยเฉพาะผักและไข่ไก่ ถ้าประเมินว่า 'ชั่วคราว' ถูกต้อง ราคาน่าจะค่อย ๆ กลับเข้าที่เมื่อของเข้าตลาด แต่ถ้าน้ำยังไม่ลดในพื้นที่เกษตรตามที่ศูนย์พยากรณ์ฯ เฝ้าไว้ คำถามที่ควรถามต่อคือ ราคาที่ขึ้นไปแล้วจะลงมาหรือไม่ และใครจะเป็นคนแบกส่วนต่างระหว่างรอของเข้ากับของที่ยังมาไม่ถึง

ข้อมูลในบทความตรวจสอบกับแหล่งที่มา ณ วันที่ 2026-10-02
แหล่งอ้างอิงหลัก
- [1] พาณิชย์สั่งคุมเข้มราคาสินค้าช่วงน้ำท่วม ห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา เจอโทร 1569
- [2] “พาณิชย์” ถกห้าง-ร้านค้า-ตลาดสด รับมือน้ำท่วม เร่งเติมสินค้าเข้าระบบ ดูแลปริมาณ-ราคา ให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าอย่างต่อเนื่อง
- [3] พาณิชย์ ลุยตรวจสินค้าช่วงน้ำท่วม รับเรื่องร้องเรียน 14 ราย จับตาค่ารถสไลด์
- [4] กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์
- [5] น้ำท่วม 5 วันกระทบเศรษฐกิจ 1.23 หมื่นล้าน กรุงเทพฯ หนักสุด 57% จับตาลุ่มเจ้าพระยา - The Story Thailand
- [6] กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์